รับแปลผลวิจัย รับวิเคราะห์ข้อมูล
เวิลด์แบงก์ดัน "ภาคบริการ" ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย

         การให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เคยให้ความสำคัญกับ "ภาคเกษตร" และ "อุตสาหกรรม" เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนมานาน ทว่าปัจจุบันสนามแห่งการพัฒนาการคิดค้นวิธีใหม่ ๆ เพื่อพลิกโฉมประเทศให้เกิดการพัฒนาได้เปลี่ยนให้ "ภาคบริการ" กลายเป็น "พระเอก" ของการพัฒนาที่มาแรง

         อย่างไรก็ตาม "ธนาคารโลก" (เวิลด์แบงก์) ระบุว่ามีเพียงไม่กี่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เห็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาในภาค "บริการ" ที่เด่นชัด ตัวอย่างเช่น "ฟิลิปปินส์" ที่เลื่องลือในเรื่องของการเป็นฮับด้าน "Outsourcing" โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านไอซีที รัฐบาลฟิลิปปินส์บรรจุเป็นวาระแห่งชาติสำหรับการพัฒนาเซ็กเตอร์นี้อย่างจริงจัง นับตั้งแต่ปี 2554 โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ BPO (Business Process Outsourcing) และ ITO (IT Outsourcing) เป็นคีย์ในการไขกุญแจสู่ความสำเร็จ

         รัฐบาลทุกสมัยกระทั่งในการบริหารของประธานาธิบดี "โรดริโก ดูเตอร์เต" ได้ใช้จุดแข็งด้านแรงงานที่มีศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เพื่อผลักดันธุรกิจ BPO ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาว่างงานแล้ว ยังเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับประเทศด้วย

         เป้าหมายของแผนแม่บทนี้ คือ การเพิ่มรายได้ของอุตสาหกรรม ITO และ BPO เป็น 20 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563 โดยเชื่อว่าสัดส่วนตลาดของ BPO ในโลกจะมากถึง 9% ในปีนี้ ทั้งยังจะเพิ่มจำนวนงานของ ITO และ BPO ให้เป็น 900,000 ตำแหน่งในปีนี้ และคาดว่าธุรกิจ BPO จะสร้างงานเพิ่มขึ้นราว 37% เป็น 1.3 ล้านคน ในปีนี้โดยรายได้จะเติบโตราว 56% เฉลี่ยเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

         ขณะที่ "มาเลเซีย" ที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มี "การศึกษาระดับสูง" ดีที่สุด ภาคการศึกษาของมาเลเซีย ถือเป็นสาขาที่สร้างรายได้ให้กับประเทศได้มาก รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาสามารถดึงดูดนักศึกษาต่างชาติได้เฉลี่ย 80,000-100,000 คนต่อปี

         ปัจจุบันมาเลเซียมีสถาบันการศึกษาจากหลายประเทศเข้ามาเปิดให้บริการทั้งสหราชอาณาจักร (UK) สหรัฐ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และนิวซีแลนด์ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีการเปิดกว้างทางด้านความความร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น

         ที่น่าสนใจ คือ รัฐบาลมาเลเซียจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา (MOHE) ที่จะดูแลการศึกษาในระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะ หมายความว่า มาเลเซียมีหน่วยงานที่ดูแลและกำกับระบบการศึกษาอยู่ 2 กระทรวง เพื่อให้แน่ใจในมาตรฐานของระบบการศึกษาจะยังคงเดิม

         ส่วน "สิงคโปร์" ที่โดดเด่น "ภาคการเงิน" เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารแห่งชาติสิงคโปร์ได้ประกาศแผนพัฒนาระบบการเงินสู่ยุคเงินดิจิทัล โดยเปิดตัวโครงการนำร่องใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) สำหรับการชำระเงินในระบบอินเตอร์แบงก์ ร่วมกับตลาดหุ้นและธนาคาร 8 แห่ง คือ ธนาคารแบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริลลินช์ แบงก์ออฟโตเกียว-มิตชูบิชิยูเอฟจี เครดิตสวิส ดีบีเอสแบงก์ ฮ่องกงแอนด์เซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ป เจพีมอร์แกน โอซีบีซีแบงก์ และยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์แบงก์

         ผลวิจัยจากบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PwC) เคยประเมินว่าหลังจากเหตุการณ์ "เบร็กซิต" ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสั่นคลอนเสถียรภาพทางการเงินของสหราชอาณาจักร รวมถึงเศรษฐกิจโลก จึงมีความเป็นไปได้ที่ "ลอนดอน" จะสูญเสียตำแหน่งศูนย์กลางทางการเงินของโลก และ "สิงคโปร์" มีโอกาสที่จะขึ้นมาเป็นศูนย์กลางทางการเงินโลกแทน

         ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ระบบโครงสร้างพื้นฐานประเทศที่ดี รวมไปถึงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้สิงคโปร์เป็นเมืองที่น่าสนใจต่อการลงทุน ส่งผลให้สิงคโปร์กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ "ฮ่องกง"

         สำหรับ "ประเทศไทย" ที่มีความโดดเด่นในหลายด้าน โดยเฉพาะ "การแพทย์" ธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ คาดการณ์ว่าในปี 2560 จีดีพีไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้น ที่ระดับ 3.2% โดยได้อานิสงส์จากการส่งออกที่ขยายตัว การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟรางคู่ และการยกระดับระบบรางทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชน และเสริมภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

         ธนาคารโลกเปิดตัว "รายงานติดตามเศรษฐกิจไทย : ภาคบริการจะเป็นปัจจัยใหม่ที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ" โดย ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา

         นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย ระบุว่า หากเทียบกับประเทศในอาเซียนและโลก ประเทศไทยถือว่าการเติบโตยังค่อนข้างต่ำ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จากการเพิ่มผลิตภาพและการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ประเทศไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อที่ต่ำ หนี้สาธารณะที่ต่ำประมาณ 40% ของจีดีพี และภาคธนาคารที่มีความแข็งแกร่ง

         "การที่จีดีพีขยายตัวเพียง 3% ถือว่าโตต่ำกว่าศักยภาพ รัฐบาลควรเพิ่มการปฏิรูปภาคบริการให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ที่น่าสนใจก็คือ ที่ผ่านมาภาคบริการ

         มีการจ้างงานสูงถึง 40% ของแรงงานทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าได้เพียง 50% ของจีดีพี เทียบกับภาคการผลิตที่มีสัดส่วนการจ้างงานเพียง 15% แต่สามารถสร้างมูลค่าได้ถึง 35% ของจีดีพี หากรัฐบาลปฏิรูปภาคบริการสำเร็จผลักดันให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ"

         "ที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มีการปรับปรุงภาคบริการอย่างต่อเนื่อง มาเลเซีย ชูจุดเด่นเป็นศูนย์กลางการศึกษา ส่วนฟิลิปปินส์ เป็นศูนย์กลางไอที ขณะที่ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ได้เช่นเดียวกัน เพราะไทยมีความโดดเด่นในเรื่องนี้ รวมถึงภาคบริการอื่นๆ ด้วย

         แต่ต้องมีการปรับปรุงเรื่องกฎระเบียบให้เปิดกว้างมากขึ้น นอกจากนี้กระแสภาคบริการที่มองว่าอาจเป็นดาวรุ่งเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ BioTech, FinTech และ HealthTech"

         ดังนั้น ไทยควรปรับปรุงกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ การออกใบอนุญาต เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขัน และเปิดกว้างให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาบริการต่าง ๆ จากต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย เกิดความร่วมมือด้านการค้ามากขึ้น ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วภาคบริการจะมีสัดส่วนถึง 70% ของจีดีพี หากไทยเริ่มทำการปรับปรุงในทันที อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีโอกาสโตเฉลี่ยได้ถึง 4-5% และหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางเร็วขึ้น

         ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
         24 ธ.ค. 2559

Tags รับทำวิจัย วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย วิจัยตลาด โปรแกรม spss วิทยานิพนธ์ รับแปลภาษา วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ พิษณุโลก งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย โปรแกรม SPSS รับประมวลผลข้อมูล spss รับงานวิจัย รับสรุปผลงานวิจัย แปลผลงานวิจัย วิเคราะห์ SPSS รับคีย์ข้อมูล รับจ้างทำวิจัย รับทำ IS เชียงใหม่ รับทำงาน วิจัย รับทำงานวิจัย รับทำภาคนิพนธ์ โปรแกรม SPSS ลำปาง รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ รับทำสารนิพนธ์รับทำแบบสอบถาม รับทำแผนธุรกิจ ชลบุรี รับทําปัญหา พิเศษ รับทําวิทยานิพนธ์ รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล โปรแกรม SPSS รับแปลเอกสาร วิทยานิพนธ์ โปรแกรม spss รับ แปล ภาษา รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครนายก วิเคราะห์ SPSS นครสวรรค์ แพร่ ชลบุรี ระยอง

ข้อมูลจัดทำขึ้นเพื่อสาธารณะประโยชน์และการศึกษาเท่านั้น

<--- เริ่มใหม่

  KonChangfun.com Design ขอสงวนลิขสิทธิ์ ©  รับวิเคราะห์ SPSS รับสรุปผลวิจัย รับแปลผลวิจัย ด้วยโปรแกรม SPSS