รับแปลผลวิจัย รับวิเคราะห์ข้อมูล
กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

         เป็นมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจ และมีการคุ้มครองให้เกิดความปลอดภัย และสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน หรืออาชีวอนามัย ประเทศต่าง ๆ จึงได้มีการตรากฎหมายขึ้น ในที่นี้จะได้พิจารณากฎหมายของสหรัฐอเมริกา และของประเทศไทย

         พระราชบัญญัติความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Act) (OSHA) (Ivancevich, 2007) (Mondy, 2008)

         พระราชบัญญัติความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ ค.ศ. 1970 ได้กำหนดว่าสถานประกอบกิจการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คน ขึ้นไปต้องถูกบังคับโดยกฎหมายนี้ จุดมุ่งหมายของกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย คือ เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าพนักงานทั้งหญิงและชาย ปฏิบัติงานในสภาพการทำงานที่มีความปลอดภัยและได้รับการคุ้มครอง ซึ่ง OSHA แห่งกระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพขึ้นมาเพื่อ
         1. บำรุงขวัญและสร้างกำลังใจให้ทั้งกับนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้มีการลดอันตรายในสภาพที่ทำงาน และปรับปรุงระบบควาปลอดภัยในสถานประกอบการ
         2. จัดเตรียการวิจันเกี่ยวกับด้านอนามัย ความปลอดภัยและสุขภาพ ตลอดจนมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย และสุขภาพ
         3. มีการกำหนดการรายงานและมีการเฝ้าตรวจสอบ และคอยระมัดระวังอันตรายบรรลุถึงสถานการณ์ในเรื่องความปอลดภัยและสุขภาพ
         4. มีการกำหนดการรายงานและมีการเฝ้าตรวจสอบ และคอยระมัดระวังอันตรายหรือการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน
         5. จัดตั้งฝ่ายฝึกอาบรมเพื่อเพิ่มจำนวนของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในการทำงาน
        6. พัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสุขภาพ
         7. เตรียมการสำหรับการพัฒนา การวิเคราะห์ การประเมินผล และการอนุมัติโครงการความปลอดภัยและสุขภาพ

         การบังคับใช้มาตรฐาน OSHA (Enforcing OSHA standards)
         กฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยได้กำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานที่ทำงาน ออกใบรับรองและกำหนดโทษนายจ้าง โดยองค์การบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยจะแต่งตั้งผู้แทนไปทำการตรวจสอบ

         การตรวจสอบสถานที่ทำงาน (Workplace Inspections)
         เมื่อเจ้าหน้าที่ OSHA ที่มีหนังสือแต่งตั้งตนเองไปยื่นต่อเจ้าของกิจการหรือผู้ดำเนินธุรกิจหรือผู้ทำการแทน แล้วเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้
         - สามารถเข้าไปในโรงงานใดก็ได้ในเวลาอันเหมาะสม
         - ตรวจสอบและซักถามในระหว่างชั่วโมงการทำงานปกติและเวลาอื่น โดยดูตามความเหมาะสม ตลอดรวมถึงการดูสถานที่ทำการจ้างและสภาพที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น โครงสร้างของเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในสถานที่ทำงาน

         อาจจะมีการถามกันเป็นการส่วนตัวถึงสภาพทั่วไปเกี่ยวกับนายจ้าง เจ้าของกิจการ ผู้ดำเนินธุรกิจ ตัวแทนหรือลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ OSHA จะต้องวางระบบการตรวจสอบตามลำดับ ดังต่อไปนี้
         ลำดับที่ 1 ตรวจสอบสถานการณ์ที่เป็นอันตรายอย่างเด่นชัด
         ลำดับที่ 2 ซักถามลูกจ้าง 5 คนขึ้นไป เกี่ยวกับอุบัติภัยการเสียชีวิตหรืออุบัติเหตุที่ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาล
         ลำดับที่ 3 ซักถามลูกจ้างเกี่ยวกับการละเมิดมาตรฐานหรือการมีสภาพของการทำงานที่ไม่ปลอดภัยและไม่ถูกหลักอนามัย
         ลำดับที่ 4 เน้นตรวจสอบเป็นพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมที่มีอันตรายสูง หรือสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบในสถานที่ทำงานโดยมิได้มีการแจ้งล่วงหน้าและขอนัดหมายกับตัวแทนนายจ้าง ในการพบกันผู้ตรวจสอบจะอธิบายถึงจุดประสงค์ของการเข้ามา อธิบายถึงกรรมวิธีของการตรวจสอบ และขอให้นายจ้างให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

         ความรับผิดชอบและสิทธิของนายจ้างภายใต้ OSHA (Responsibilities and Rights under OSHA)
        นายจ้างจะต้องแจ้งให้ลูกจ้างทุกคนทราบถึงข้อกำหนดของ OSHA และติดโปสเตอร์แสดงสิทธิและความรับผิดชอบของมาตรฐาน OSHA นอกจากนี้จะต้องจดบันทึกรวบรวมและสรุปถึงอัตราการบาดเจ็บและความเจ็บป่วยจากการทำงานเอาไว้ และนายจ้างจะต้องให้การอบรมหัวหน้าคนงานและลูกจ้างทุกคนให้รู้ถึงอันตรายที่พวกเข้าใช้และรู้ถึงวิธีการควบคุมอันตราย การที่ลูกจ้างสามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องเป็นวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด อัตราการเกิดอุบัติเหตุมีประโยชน์สำหรับการหาข้อเปรียบเทียบระหว่างแผนกและระหว่างหน่วยงานที่ทำงานเหมือนกัน ภายในองค์การเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบกับองค์การอื่น ๆ ที่ทำงานเดียวกัน เช่นสำนักงานสถิติแรงงาน

         การตรวจสอบและการบันทึกอุบัติเหตุ (Investigating and Recording Accidents)
         ผู้บังคับบัญชาขั้นต้นและสมาชิกของคณะกรรมการด้านความปลอดภัยจะต้องตรวจสอบถึงอุบัติเหตุทุกราย แม้จะเป็นรายแม้จะเป็นรายที่ไม่สาหัส การตรวจสอบจะต้องดูถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะสามารถหาวิธีการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายซ้ำขึ้นได้ด้วย การแก้ไข ได้แก่ การจัดสถานที่ทำงานใหม่ การติดตั้งระบบควบคุมความปลอดภัย ฯลฯ หรืออาจจะให้การอบรมหรือการจูงใจเพิ่มเติม
         OSHA กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างจำนวน 11 คนขึ้นไป ต้องจดบันทึกถึงการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากการประกอบอาชีพ องค์การจะต้องบันทึกข้อมูล และสรุปรายละเอียดดังกล่าวลงในแบบฟอร์ม OSHA 200 กรณีที่ต้องบันทึก ได้แก่ การเสียชีวิตจากการประกอบอาชีพการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บจากการประกอบอาชีพ (ส่วนการปฐมพยาบาลไม่ต้องมีการลงในบันทึก) ในแต่ละปีจะต้องทำสรุปข้อมูลและติดประกาศให้พนักงานได้อ่านเป็นเวลา 1 เดือน

         บทบัญญัติของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OSHA’s Provisions) กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่หลัก 3 ประการดังนี้
         1.จัดการให้สิ่งแวดล้อมใสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ นายจ้างมีหน้าที่ในการจัดให้สถานที่จ้างงานปลอดภัยจากอันตรายที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตหรือความเจ็บป่วยอย่างรุนแรงตามมาตรฐานที่ถือปฏิบัติกัน และรวมทั้งอันตรายขึ้นกับอาชีพเฉพาะบางประเภท
         2. จัดดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขภาพสำหรับอาชีพเฉพาะ
         3. จัดการเก็บสถิติของการได้รับบาดเจ็บและความเจ็บป่วยจากการประกอบอาชีพนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 8 คน ขึ้นไป ต้องเก็บประวัติของการได้รับบาดเจ็บอันมีผลให้เสียชีวิต ขาดงานหรือเข้ารับการรักษาพยาบาล และต้องเก็บรายงานนี้ไว้ 5 ปี และต้องติดประกาศจำนวนตัวเลขดังกล่าวให้ลูกจ้างทราบด้วย

         ภายใต้กฎของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ลูกจ้างก็มีหน้าที่ในการแจ้งสาเหตุหรือปัจจัยที่มีผลก่อให้เกิดอันตรายม การเจ็บป่วยและบาดเจ็บในที่ทำงานให้นายจ้างทราบด้วย ลูกจ้างยังมีสิทธิเรียกร้องนี้ต่อรัฐบาล ในกรณีที่ลูกจ้างประสบกับปัญหาความไม่ปลอดภัยในที่ทำงาน หรือเข้าร่วมเป็นผู้สอบองค์การด้านความปลอดภัย หรือขอข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิภาพของตน โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่านายจ้างจะไม่พอใจ นอกจากนี้นายจ้างยังมีหน้าที่ต้องชี้แจงให้ลูกจ้างทราบถึงข้อมูลของสารพิษที่ใช้ในการทำงานด้วยและลูกจ้างมีสิทธิที่จะไม่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารพิษถ้าลูกจ้างมีเหตุผลเพียงพอที่ทำให้เชื่อว่าสารดังกล่าวอาจทำอันตรายถึงชีวิต หรือก่อให้เกิดการเจ็บป่วย

         องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (The Occupational Safety and Health Administration)
         องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมีหน้าที่ในการบังคับใช้ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ซึ่งมีผลให้มีการพัฒนาด้านมาตรฐานในการประกอบอาชีพ การผ่อนผันให้แก่นายจ้าง การตรวจสอบที่ทำงาน การใช้หมายศาลและการลงโทษ
        • มาตรฐานในการประกอบอาชีพ (Occupational Standards) : พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในที่ทำงานซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อันตรายที่อาจเกิดจากเครื่องมือ เครื่องจักร จนถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในอากาศ

        • การผ่อนผันให้นายจ้าง (Variances) : ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐานขององค์การในระยะเวลาที่กำหนด องค์การบริหารด้านความปลอดภัยก็อาจผ่อนผันให้นายจ้างปฏิบัติตามมาตรฐานเดิมอย่างถาวร ถ้านายจ้างพิสูจน์ได้ว่าจะไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดกับลูกจ้าง

        • การตรวจสอบสถานที่ทำงาน (Workplace Inspection) : องค์การบริหารด้านความปลอดภัยมีอำนาจในการเข้าตรวจสอบสถานที่ทำงาน ในกรณีที่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
         (1) มีอันตรายที่เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วนในที่ทำงาน
         (2) มีเหตุการณ์ที่มีผลให้ลูกจ้างตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปถึงแก่ความตาย หรือเข้ารับการรักตัวที่โรงพยาบาล
         (3) มีการร้องเรียนของลูกจ้างที่เกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยและไม่ถูกสุขลักษณะในสถานที่ทำงาน
         (4) อุตสาหกรรมหรืออาชีพที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายสูง เช่น เหมืองแร่ ทำฟาร์ม ก่อสร้างและขนส่ง

        • การใช้หมายเรียกและการลงโทษ (Citations and Penalties) : ในกรณีที่นายจ้างละเมิดมาตรฐานของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยความรุนแรงของบทลงโทษขึ้นอยู่กับเจตนาของนายจ้างในการดำเนินตามกฎของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย อย่างไรก็ตามประวัติการฝ่าฝืนกฎหมายความรุนแรงของอุบัติเหตุหรือความเสียหาย และขนาดของธุรการ บทลงโทษมีตั้งแต่บทลงโทษทางอาญาไปถึงค่าปรับจำนวนมหาศาล

         ค่าปรับก็จะมีตั้งแต่ไม่ปรับสำหรับการฝ่าฝืนเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือค่าปรับที่มีจำนวนมหาศาลในกรณีที่ละเมิดกฎโดยเจตนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และบางบริษัทนอกจากจะเสียค่าปรับในกรณีที่ละเมิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว เมื่อองค์การบริหารด้านความปลอดภัยออกข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบมูลค่าหุ้นของบริษัทดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบซึ่งส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงต้องจัดการแก้ไขให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน เพื่อรักษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัท

         องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยยังมีบริการให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้แก่ธุรกิจหรือบริษัทที่ต้องการความช่วยเหลือในการแยกแยะว่าในสถานที่ทำงานมีวัตถุใดบ้างที่เป็นอันตรายและขอความช่วยเหลือในด้านการพัฒนาระบบการบริหารความปลอดภัย บริการนี้จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจขนาดเล็ก เมื่อที่ปรึกษาพบสิ่งที่เป็นอันตรายแล้ว นายจ้างก็มีหน้าที่ปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานในการเข้ารับคำปรึกษามีดังนี้
         1. นายจ้างต้องติดต่อกับฝ่ายให้บริการด้านคำปรึกษาขององค์การด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
         2. จัดให้มีการประชุมภายในสถานประกอบกิจการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นถึงวิธีการของที่ปรึกษาและหน้าที่ของนายจ้าง
         3. นายจ้างและที่ปรึกษาจะร่วมกันตรวจสอบสถานที่ทำงาน ที่ปรึกษาอาจสอบถามพูดคุยกับลูกจ้างว่าจุดใดบ้างที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
         4. ที่ปรึกษาจะสรุปผลการตรวจสอบให้กับนายจ้าง ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่นายจ้างได้ปฏิบัติไปถูกต้องแล้ว และมีสิ่งใดที่ต้องแก้ไข
         5. หลังจากปิดประชุมแล้ว ที่ปรึกษาจะเขียนรายงานอธิบายสิ่งที่พบและต้องแก้ไข จากนั้นก็จะวางแผนในการดำเนินการจัดการให้สถานที่ทำงานมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไป

         สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศผุ้นำในด้านอุตสาหกรรมได้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมาเป็นเวลานาน คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 โดยมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย การตรวจความปลอดภัย กำหนดความรับผิดชอบของนายจ้างตามกฎหมายนี้ ตลอดจนมีการตรวจสอบและการบันทึกอุบัติเหตุ เพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันมิให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย คือ องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (The Occupational Safety and Health Administration) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งรักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายและให้คำปรึกษาแก่นายจ้าง และสถานประกอบกิจการ ทางด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย รวมทั้งทำการศึกษาวิจัย เพื่อปรับปรุงมาตรฐาน และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้ทันสมัยอยู่เสมอ

Tags รับทำวิจัย วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย วิจัยตลาด โปรแกรม spss วิทยานิพนธ์ รับแปลภาษา วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ พิษณุโลก งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย โปรแกรม SPSS รับประมวลผลข้อมูล spss รับงานวิจัย รับสรุปผลงานวิจัย แปลผลงานวิจัย วิเคราะห์ SPSS รับคีย์ข้อมูล รับจ้างทำวิจัย รับทำ IS เชียงใหม่ รับทำงาน วิจัย รับทำงานวิจัย รับทำภาคนิพนธ์ โปรแกรม SPSS ลำปาง รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ รับทำสารนิพนธ์รับทำแบบสอบถาม ผลงานวิจัย โปรแกรม SPSS แปลเอกสาร งานวิจัย รับทำวิจัย ชลบุรี รับทําปัญหา พิเศษ รับทําวิทยานิพนธ์ รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล โปรแกรม SPSS รับแปลเอกสาร วิทยานิพนธ์ โปรแกรม spss รับ แปล ภาษา รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครนายก วิเคราะห์ SPSS นครสวรรค์ แพร่ ชลบุรี ระยอง

ข้อมูลจัดทำขึ้นเพื่อสาธารณะประโยชน์และการศึกษาเท่านั้น

<--- เริ่มใหม่

  KonChangfun.com Design ขอสงวนลิขสิทธิ์ ©  รับวิเคราะห์ SPSS รับสรุปผลวิจัย รับแปลผลวิจัย ด้วยโปรแกรม SPSS