รับแปลผลวิจัย รับวิเคราะห์ข้อมูล
เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3

         3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูป และ อินเทอร์เน็ต 3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2 และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง และ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชุมพร, ม.ป.ป.)

        การติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมได้มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดระบบการสื่อสารไร้สายที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารเริ่มตั้งแต่ยุค 1G 2G 2.5G และ 2.75G ซึ่งได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็น 3G ที่กำลังเป็นที่นิยมและมีความสามารถที่จะตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพมากขึ้น

         ยุค 1G (1st Generation) เริ่มตั้งแต่ยุคแรก ระบบยังเป็นระบบอะนาล็อก (Analog) และมีการแบ่งความถี่ออกมาเป็นช่องเล็กๆ ในยุคนี้เราสามารถใช้งานทางด้าน Voice ได้เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้ผู้ใช้ก็ยังไม่ได้มีความต้องการที่จะใช้บริการประเภทอื่น

         ยุค 2G (2nd Generation) เนื่องจากผู้ใช้มีความต้องการและความหลากหลายด้าน การบริการมากขึ้น จึงได้มีการพัฒนาการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุจากแบบอะนาล็อกมาเป็นแบบ digital ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานทางด้านข้อมูลได้นอกเหนือจากบริการเสียง ทำให้ยุคนี้กลายเป็นยุคเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือ และเพราะการให้บริการทางด้านข้อมูล ทำให้เกิดบริการอื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นDownload Ringtone Wallpaper Graphic ต่างๆ แต่บริการในยุคนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ยัง อยู่ในระดับต่ำ

         ยุค 2.5G (2.5 Generation) หลังจากนั้นเป็นยุคที่อยู่ระหว่าง 2G และ 3G ซึ่งก็คือ 2.5G ใน 2.5G นี้เป็นยุคที่มีการนำเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) มาใช้ เพื่อเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลให้มากกว่ายุค 2Gเทคโนโลยี GPRS สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 kbps แต่ ความเร็วของ GPRS ในการใช้งานจริงจะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้น ซึ่งในยุค 2.5G นั้นจะเป็นยุคที่เริ่มมีการใช้บริการในส่วนของข้อมูลมากขึ้น และการส่งข้อความก็พัฒนาจาก SMS มาเป็น MMS โทรศัพท์มือถือก็เริ่มเปลี่ยนจากจอขาวดำมาเป็นจอสี เสียงเรียกเข้า จากเดิมที่เป็นเพียง Monotone ก็เปลี่ยนมาเป็น Polyphonic รวมไปถึง True tone ต่างๆ ด้วย

         ยุค 2.75G (2.75 Generation) คือยุคที่ต่อเนื่องมาจาก GPRS แต่จะมีการพัฒนาความเร็วในการส่งข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น และเรียกเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลว่า EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) ซึ่งจะมีความเร็วมากกว่า GPRS ประมาณ 3 เท่า หรือมีความเร็วสูงสุดประมาณ 384 kbps แต่มีความเร็วในการใช้งานจริงประมาณ 80-100 kbps

         ยุค 3G (Third Generation) เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 นั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานการรับส่งข้อมูล และเทคโนโลยีที่อยู่ในปัจจุบันเข้าด้วยกัน รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สาย (Wireless) ที่ความเร็วที่สูงกว่ายุค 2.75G นอกจากนี้ 3G ยังสามารถให้บริการมัลติมีเดียได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น (Application) รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น เช่น การรับส่ง File ที่มีขนาดใหญ่ การใช้บริการ Video/Call Conference ดาวน์โหลดเพลง ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ ดู TV Streaming ต่างๆได้ (พิทวัส กัลยา, 2551)

         ในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 20.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวน 67,091,089 คน และเป็นสมาชิก Facebook จำนวน 17,721,480 คน คิดเป็นร้อยละ26.4 (Internet World Stats, Online, 2012) บ่งบอกถึงปัจจุบันยังคงมีผู้เข้าถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนน้อย เนื่องจากการให้บริการอินเตอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ถูกจำกัดให้อยู่ในบริเวณที่ติดตั้งเท่านั้น ส่งผลให้ประชากรที่อาศัยอยู่ในชนบทที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งความเร็วในการรับส่งข้อมูลมีความล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ดังนั้นการให้บริการบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาโดยการขยายผ่านโครงข่ายแบบไร้สายที่สามารถใช้งานทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากกว่า และความเร็วในการรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้ 3G เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบรอดแบนด์ไร้สาย โดยส่วนใหญ่การใช้บริการ 3G เป็นผู้ใช้งานในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศที่มีสัญญาณ 3G ให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ส่งผลให้มีการใช้งาน 3G ในกรุงเทพมหานครมากกว่าการใช้งาน 3G ในจังหวัดอื่นๆ โดยผู้ใช้บริการ 3G ในกรุงเทพมหานครคิดเป็นร้อยละ 36.6 เพราะสามารถตอบสนองการใช้งานของตนได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้ที่ไม่เคยใช้บริการ 3G คิดเป็นร้อยละ 54.4 เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นในการใช้งาน อุปกรณ์และแพ็กเกจยังมีราคาสูง และผู้ที่เคยใช้บริการ 3G แต่ปัจจุบันไม่ใช้ 3G คิดเป็นร้อยละ 9 การใช้งาน โดยส่วนใหญ่ใช้บริการ 3G Plus ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ร้อยละ 80 ใช้บริการผ่านอุปกรณ์อื่นๆ ร้อยละ 20 (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย,ออนไลน์,2554)

Tags รับทำวิจัย วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย วิจัยตลาด โปรแกรม spss วิทยานิพนธ์ รับแปลภาษา วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ พิษณุโลก งานวิจัย รับสรุปงานวิจัย รับงานวิจัย โปรแกรม SPSS รับประมวลผลข้อมูล spss รับงานวิจัย รับสรุปผลงานวิจัย แปลผลงานวิจัย วิเคราะห์ SPSS รับคีย์ข้อมูล รับจ้างทำวิจัย รับทำ IS เชียงใหม่ รับทำงาน วิจัย รับทำงานวิจัย รับทำภาคนิพนธ์ โปรแกรม SPSS ลำปาง รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ แปล เอกสาร ภาษาอังกฤษ รับทำสารนิพนธ์รับทำแบบสอบถาม ผลงานวิจัย โปรแกรม SPSS แปลเอกสาร งานวิจัย รับทำวิจัย ชลบุรี รับทําปัญหา พิเศษ รับทําวิทยานิพนธ์ รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล โปรแกรม SPSS รับแปลเอกสาร วิทยานิพนธ์ โปรแกรม spss รับ แปล ภาษา รับประมวลผล spss ขอนแก่น รับวิเคราะห์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครนายก วิเคราะห์ SPSS นครสวรรค์ แพร่ ชลบุรี ระยอง

ข้อมูลจัดทำขึ้นเพื่อสาธารณะประโยชน์และการศึกษาเท่านั้น

<--- เริ่มใหม่

  KonChangfun.com Design ขอสงวนลิขสิทธิ์ ©  รับวิเคราะห์ SPSS รับสรุปผลวิจัย รับแปลผลวิจัย ด้วยโปรแกรม SPSS