โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะ พบได้บ่อยในประเทศเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำขังและยุงชุกชุม แม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมี
อาการโรคไข้เลือดออกไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการรู้จักสังเกตอาการผิดปกติและรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการโรคไข้เลือดออกที่บ่งชี้ความรุนแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อาการทั่วไปของโรคไข้เลือดออกก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับอาการทั่วไปของโรคไข้เลือดออกกันก่อน ซึ่งมักจะเริ่มปรากฏหลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดประมาณ 3-14 วัน โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่:
1.มีไข้สูงเฉียบพลัน (มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส)
2.ปวดศีรษะรุนแรง
3.ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
4.คลื่นไส้ อาเจียน
5.ผื่นแดงตามตัว
6.เบื่ออาหาร
7.อ่อนเพลีย
อาการโรคไข้เลือดออกเหล่านี้อาจคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ทำให้บางครั้งอาจวินิจฉัยผิดพลาดได้ในระยะแรก
อาการโรคไข้เลือดออกที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์แม้ว่าอาการข้างต้นจะเป็นอาการทั่วไปที่พบได้ แต่มีอาการบางอย่างที่บ่งชี้ว่าโรคอาจมีความรุนแรงและควรไปพบแพทย์โดยด่วน ได้แก่:
1.มีเลือดออกผิดปกติ: เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือสีดำ มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังขนาดเล็ก (petechiae) หรือรอยช้ำตามตัวที่เกิดขึ้นเอง
2.ปวดท้องรุนแรง: โดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา อาจบ่งชี้ถึงภาวะตับโต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในโรคไข้เลือดออก
3.อาเจียนบ่อยหรือรุนแรง: โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงได้
4.ซึมลง กระสับกระส่าย หรือหมดสติ: อาจเป็นสัญญาณของภาวะช็อกจากไข้เลือดออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที
5.หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย: อาจเกิดจากน้ำรั่วซึมเข้าปอด ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้
6.ไข้ลดลงแต่อาการแย่ลง: โดยทั่วไปเมื่อไข้ลด ผู้ป่วยมักจะรู้สึกดีขึ้น แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะช็อกได้ในช่วงนี้ โดยเฉพาะในวันที่ 3-7 ของโรค
7.ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลย: เป็นสัญญาณของภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากภาวะช็อกหรือการขาดน้ำอย่างรุนแรง
ทำไมต้องรีบไปพบแพทย์ ?การรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการโรคไข้เลือดออกข้างต้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจาก:
1.การวินิจฉัยที่รวดเร็ว: แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำด้วยการตรวจเลือดและการประเมินอาการทางคลินิก
2.การป้องกันภาวะแทรกซ้อน: การรักษาแต่เนิ่นๆ สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะช็อก ภาวะเลือดออกรุนแรง หรือภาวะอวัยวะล้มเหลว
3.การดูแลอย่างใกล้ชิด: ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล เพื่อติดตามอาการและให้การรักษาที่เหมาะสมได้ทันท่วงที
4.การให้สารน้ำทดแทน: ในกรณีที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือภาวะช็อก การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีอาการโรคไข้เลือดออกไม่รุนแรง แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรู้จักสังเกตอาการผิดปกติและรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการที่บ่งชี้ความรุนแรง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้อย่างสมบูรณ์ อย่าลืมว่า การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ดังนั้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและป้องกันตัวเองจากการถูกยุงกัดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไข้เลือดออก