ขั้นตอนและวิธีการให้อาหารสายยางที่ถูกต้อง ปลอดภัย การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) อย่างถูกต้องและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะหากทำผิดขั้นตอนอาจเสี่ยงต่อการที่ผู้ป่วยสำลัก อาหารติดเชื้อ หรือเกิดภาวะท้องเสียได้
ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติมาตรฐานที่ปลอดภัยที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลสามารถนำไปใช้ปฏิบัติจริง หรือนำไปสอดแทรกในบทความสุขภาพได้เลยครับ
1. การเตรียมตัวก่อนให้อาหาร (Preparation)
ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำนานอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อน
จัดท่าทางผู้ป่วย (สำคัญที่สุดเพื่อกันสำลัก): ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือนอนหนุนหมอนสูงใน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (Fowler's position) ทำมุม 30 - 45 องศา * ตรวจสอบอาหาร: เช็กว่าอาหารเหลวหรือ "ซุปไก่ปั่น" ที่เตรียมไว้มีอุณหภูมิที่พอเหมาะ (อุ่นพอดี ไม่ร้อนจัดหรือเย็นเกินไป) และไม่มีการบูดเสีย
2. ขั้นตอนการตรวจสอบสายยาง (Checking the Tube)
ก่อนจะปล่อยอาหารลงสาย ทุกครั้ง ต้องเมคชัวร์ว่าสายอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในกระเพาะอาหาร ไม่เลื่อนหลุดไปที่หลอดลม โดยทำตามนี้ครับ:
ดูตำแหน่งขีด: สังเกตขีดเครื่องหมายบนตัวสายยางว่ายังอยู่ที่ระดับเดิมตรงจมูกของผู้ป่วยหรือไม่
ตรวจดูอาหารค้างกระเพาะ (Residual Volume):
ใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ต่อเข้ากับปลายสายยางแล้วลองดูดเบาๆ
ถ้าดูดแล้วไม่มีอะไรออกมา หรือมีน้ำย่อยออกมาไม่เกิน 50-100 cc: แสดงว่าอาหารมื้อก่อนหน้าย่อยหมดแล้ว สามารถให้อาหารมื้อใหม่ได้ตามปกติ (ให้ดันน้ำย่อยนั้นกลับคืนสู่กระเพาะ)
ถ้าดูดออกมาได้มากกว่า 100 cc: แสดงว่าอาหารเก่ายังไม่ย่อย ให้เลื่อนเวลาให้อาหารออกไปอีก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยมาตรวจดูซ้ำครับ
3. ขั้นตอนการให้อาหาร (Feeding)
หักพับสายยางไว้ก่อน: เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในกระเพาะอาหาร (ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยท้องอืด)
ต่อกระบอกอาหาร: เปิดจุกสายยาง นำกระบอกฉีดยาที่มีอาหารเหลวมาต่อเข้ากับปลายสาย
ปล่อยอาหารตามแรงโน้มถ่วง: ยกกระบอกให้อยู่สูงกว่าระดับกระเพาะอาหารผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ปล่อยให้อาหารไหลลงไปช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ (ห้ามใช้ลูกสูบดันอาหารเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้ป่วยแน่นท้องและสำลักได้)
เติมอาหารต่อเนื่อง: ก่อนที่อาหารในกระเพาะจะหมดหลอด ให้เติมอาหารลงไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในสาย
4. ขั้นตอนหลังให้อาหารเสร็จ (Post-Feeding)
ล้างสายยาง (Flush): เมื่ออาหารหมดแล้ว ให้ใช้น้ำต้มสุกอุ่นๆ ประมาณ 30 - 50 cc เทใส่กระบอกเพื่อล้างสายยางให้สะอาด ป้องกันไม่ให้คราบอาหารบูดเน่าค้างอยู่ในสายและอุดตันสาย
ปิดจุกสายยาง: หักพับสายยางก่อนถอดกระบอกออก แล้วปิดจุกให้สนิท
คงท่าเดิมไว้ 1 ชั่วโมง: ห้ามให้ผู้ป่วยนอนราบทันทีหลังมื้ออาหาร ต้องให้นั่งหรือนอนหัวสูง 30-45 องศาต่อไปอีกอย่างน้อย 45 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนและการสำลักอาหารขึ้นมาที่ปอดครับ
5. ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์
หากผู้ป่วยมีอาการ ไอ สำลัก อาเจียน หรือหน้าเขียว ระหว่างให้อาหาร ให้ หยุดให้อาหารทันที แล้วรีบเคลียร์ช่องปาก
หากพบว่าบริเวณรอบๆ รูจมูกหรือผิวหนังที่สายยางพาดผ่านมีอาการแดง อักเสบ หรือสายยางอุดตันจนน้ำไม่ไหล ควรพาไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนสาย ไม่ควรพยายามแยงหรือกระทุ้งสายเองครับ