ขณะที่ให้อาหารสายยาง หากผู้ป่วยมีการไอ จาม หรือสำลัก ควรทำอย่างไรหากผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางเกิดอาการ ไอ จาม หรือสำลัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ต้องหยุดให้อาหารทันที" ครับ เพราะแรงดันจากการไอหรือจามอาจทำให้อาหารไหลย้อนกลับ หรือสายอาหารเลื่อนหลุด จนเสี่ยงต่อการสำลักอาหารเข้าสู่ปอด ซึ่งอันตรายมาก
ให้คุณตั้งสติและปฏิบัติตาม 5 ขั้นตอนด่วน ดังนี้ได้เลยครับ:
1. หยุดให้อาหารทันที
ปิดสาย/ปลดกระบอกฉีด: หากกำลังใช้วิธีดริปอาหารให้รีบหมุนวาล์วปิดสายทันที หรือถ้ากำลังใช้กระบอกไซริงค์ต่ออยู่ ให้หยุดดันกระบอกและพับสายยางไว้เพื่อไม่ให้อาหารไหลเข้าไปเพิ่ม
2. จัดท่าทางผู้ป่วย
จัดท่านั่งหรือหนุนหัวสูง: หากผู้ป่วยนอนอยู่และสามารถปรับเตียงได้ ให้รีบปรับให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่ง หรือใช้หมอนหนุนศีรษะและแผ่นหลังให้สูงขึ้นอย่างน้อย 30–45 องศา เพื่อดึงดูดให้อาหารในกระเพาะไม่ไหลย้อนขึ้นมาตามแรงไอ
จับนอนตะแคง (กรณีหมดสติหรือไม่สามารถนั่งได้): ให้จับผู้ป่วยนอนตะแคงข้างหันหน้าลงต่ำเล็กน้อย เพื่อให้อาหารหรือเสมหะที่อาจขย้อนออกมา ไหลออกทางมุมปาก ไม่ไหลตกลงไปที่หลอดลม
3. เคลียร์ช่องปากและคอยดูอาการ
เช็ดทำความสะอาด: หากมีเศษอาหารหรือเสมหะขย้อนออกมาในปาก ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีชุบน้ำเช็ดกวาดออกจากช่องปากให้หมด ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยสูดหายใจเอาเศษอาหารเหล่านี้กลับเข้าไปอีกครั้ง
สังเกตสีผิวและการหายใจ: คอยดูว่าผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้นไหม หน้าตา ริมฝีปาก หรือปลายมือปลายเท้ามีลักษณะเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจนหรือไม่
4. ตรวจสอบตำแหน่งสายอาหาร (เมื่อผู้ป่วยสงบลงแล้ว)
แรงไอและจามที่รุนแรงสามารถทำให้สายยางเลื่อนหลุดออกจากกระเพาะอาหารขึ้นมาอยู่ที่หลอดอาหารหรือในปากได้
ก่อนจะเริ่มให้อาหารต่อ: ต้องทำการเช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง (เช่น ดูรอยขีดเครื่องหมายบนสายว่าเลื่อนไหม หรือใช้กระบอกไซริงค์ทดสอบดูดดูน้ำย่อยในกระเพาะ) หากไม่มั่นใจ ห้ามให้อาหารต่อเด็ดขาด
🚨 สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบส่งโรงพยาบาลหรือพบแพทย์
หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ผู้ป่วยยังมีอาการเหล่านี้อยู่ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลทันทีครับ:
ไอติดต่อกันไม่หยุด หรือหายใจเสียงดังฮึดฮัด หายใจลำบาก
หน้าเขียว ปากเขียว หรือบ่นว่าแน่นหน้าอก
มีไข้ขึ้นสูงตามมาหลังจากเหตุการณ์สำลัก (อาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบจากการสำลัก)